• การแบ่งการปกครอง
  • ลักษณะทางภูมิศาสตร์
  • ลักษณะสังคมพืช
  • สถานการณ์ในปัจจุบัน
  • เรื่องเล่าจากอดีต
  • แหล่งเรียนรู้ด้านความหลากหลาย
  • เส้นทางศึกษาหุบเขาลำพญา
  • ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต
  • มารู้จักไลเคน
  • พืชน่ารู้
  • ไผ่
  • เฟิร์น “มหัศจรรย์พืชไร้ดอก”
  • ไม้ป่ากินได้
  • อิงอาศัย
  • ไทรนักบุญแห่งป่า นักฆ่าแห่งพงไพร
  • พูพอน “รากมหัศจจรย์”
  • ผู้ย่อยสลายในป่าใหญ่
  • ไม้พื้นล่างในป่าใหญ่
  • พืชใบเลี้ยงเดี่ยว / พืชใบเลี้ยงคู่์
  • มอส สิ่งมีชีวิตบนโขด
  • ความลาดเอียงแห่งขุนเขา
  • ปลาไหลเผือก
  • บุกป่าฝ่าดงปาล์ม
  • ร่องรอยป่าในอดีต
  • ร่องน้ำ “ร่องรอยในอดีต”
  • ไม้ประดับป่า
  • ถ้ำค้างคาว
  • พรรณไม้ล้านปี ฟอสซิลที่มีชีวิต
  • เขื่อนฝรั่ง เรื่องจริงจากอดีต
  • ต้นไม้ยักษ์สุภาพบุรุษแห่งป่า
  • ห่วงโซ่และสายใยอาหาร
  • สายน้ำแห่งชีวิต
  • แผ่เมตตาและอนุรักษ์ป่า
    เส้นทางศึกษาหุบเขาลำพญา
    5. พืชน่ารู้  
     
      ด้วยสภาพป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้หุบเขาลำพญามีความหลากหลายของพรรณพืชและพรรณไม้โดยพืชนั้นจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิต (producer) ผลิตอาหารพวกน้ำตาล แป้ง ให้กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ พืชจะมีวิวัฒนาการสืบเนื่องมาจากสาหร่ายพวก Charophyceanเป็นเวลากว่า 500 ล้านปีมาแล้ว โดยมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างพืชและสาหร่ายพวก Charophyceans ซึ่งพืชจะประกอบไปด้วยอวัยวะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต ได้แก่ ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล และเมล็ด ซึ่งอวัยวะแต่ละส่วนของพืชนั้นมีหน้าที่และส่วนประกอบแตกต่างกัน แต่ทำงานเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กันหากขาดอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งไป อาจทำให้พืชนั้นผิดปกติหรือตายได้ และยังมีปัจจัยบางประการที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช
     
 

    ราก

 
 
   
 
ราก คือ อวัยวะที่เป็นส่วนประกอบของพืชที่ไม่มีคลอโรฟิลล์ ไม่มีข้อ ปล้อง ตาและใบ รากเจริญเติบโตตามแรงดึงดูดของโลกลงสู่ดิน มีขนาดและความยาวแตกต่างกัน รากของพืชมีหลายชนิด ได้แก่
   
 
1. รากแก้ว เป็นรากที่งอกออกมาจากเมล็ด โคนของรากแก้วจะมีขนาดใหญ่แล้วค่อยๆ เรียวไปจนถึงปลายราก

2. รากแขนง เป็นรากที่แตกออกมาจากรากแก้ว จะเจริญเติบโตขนานไปกับพื้นดิน และสามารถแตกแขนงไปได้เรื่อยๆ

3. รากฝอย เป็นรากที่มีลักษณะและขนาดโตสม่ำเสมอกัน จะงอกออกมาเป็นกระจุก

4. รากขนอ่อนหรือขนราก เป็นขนเส้นเล็กๆ จำนวนมากมายที่อยู่รอบๆ ปลายราก ทำหน้าที่ดูดน้ำและแร่ธาตุ
   
 
     
      ลำต้น  
 
   
 
ลำต้น คือ อวัยวะของพืชที่โดยทั่วไปเจริญอยู่เหนือพื้นดินต่อจากราก มีขนาด รูปร่าง และลักษณะแตกต่างกันไป ลำต้นมีทั้งลำต้นอยู่เหนือดิน เช่น มะละกอ มะม่วง มะนาว ชมพู่ เป็นต้น และลำต้นอยู่ใต้ดิน เช่น ขิง ข่า ขมิ้น กล้วย หญ้าแพรก พุทธรักษา เป็นต้น
   
  ลำต้นประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ ข้อ ปล้อง และตา ดังนี้
1. ข้อ เป็นส่วนของลำต้นบริเวณที่มีกิ่ง ใบหรือตางอกออกมา ลำต้นบางชนิดอาจมีดอกงอกออกมาแทนกิ่ง
    หรือมีหนามงอกออกมาแทนกิ่งหรือใบ

2. ปล้อง เป็นส่วนของลำต้นที่อยู่ระหว่างข้อแต่ละข้อ

3. ตา เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของลำต้น ทำให้เกิดกิ่ง ใบและดอก ตามีรูปร่างโค้งนูน หรือรูปกรวย
    ประกอบด้วยตายอดและตาข้าง
   
 
     
      ใบ  
 
   
 
ใบ คือ อวัยวะของพืชที่เจริญออกมาจากข้อของลำต้นและกิ่ง ใบส่วนใหญ่จะมีสารสีเขียวเรียกว่า คลอโรฟิลล์ ใบมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันไปตามชนิดของพืช ใบประกอบด้วย ก้านใบ แผ่นใบ เส้นกลาง และเส้นใบ
   
  นอกจากนี้ใบของพืชยังมีลักษณะอื่นๆ ที่แตกต่างกันอีก ได้แก่
1. ขอบใบ พืชบางชนิดมีขอบใบเรียบ บางชนิดมีขอบใยหยัก

2. ผิวใบ พืชบางชนิดมีผิวใบเรียบเป็นมัน บางชนิดมีผิวใบด้านหรือขรุขระ

3. สีของใบ พืชส่วนใหญ่จะมีใบสีเขียว แต่บางชนิดมีใบสีอื่น เช่น แดง ส้ม เหลือง เป็นต้น

4. เส้นใบ เส้นใบของพืชมีการเรียงตัวใน 2 ลักษณะ ได้แก่
     1) เรียงตัวแบบร่างแห เช่น ใบมะม่วง ตำลึง อัญชัน ชมพู่ เป็นต้น
     2) เรียงตัวแบบขนาน เช่น ใบกล้วย หญ้า อ้อย มะพร้าว ข้าว เป็นต้น
   
 
     
      ดอก  
 
   
 
ดอก คือ อวัยวะสืบพันธุ์ของพืช ทำหน้าที่สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ที่เกิดมาจากตาชนิดตาดอกที่อยู่ตรงบริเวณปลายยอด ปลายกิ่ง บริเวณลำต้นตามแต่ชนิดของพืช ดอกประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้
   
  ดอกประกอบด้วยส่วนต่างๆ 4 ส่วน แต่ละส่วนจะเรียงเป็นชั้นเป็นวงตามลำดับจากนอกสุดเข้าสู่ด้านใน คือ กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย ดังนี้
1. กลีบเลี้ยง เป็นส่วนของดอกที่อยู่ชั้นนอกสุดเรียงกันเป็นวง เรียกว่า วงกลีบเลี้ยง ส่วนมากมีสีเขียว เจริญเปลี่ยนแปลง
    มาจากใบ ทำหน้าที่ป้องกันอันตรายต่างๆ จากสิ่งแวดล้อม แมลงและศัตรูอื่นๆ ที่จะมาทำอันตรายในขณะที่ดอกยังตูมอยู่
    นอกจากนี้ยังช่วยในการสังเคราะห์ด้วยแสง จำนวนกลีบเลี้ยงในดอกแต่ละชนิดอาจไม่เท่ากัน ดอกบางชนิดกลีบเลี้ยง
    จะติดกันหมดตั้งแต่โคนกลีบจนเกือบถึงปลายกลีบ มีลักษณะคล้ายถ้วยหรือหลอด เช่น กลีบเลี้ยงของดอกชบา แตง     บานบุรี แค บางชนิดมีกลีบเลี้ยงแยกกันเป็นกลีบๆ เช่น กลีบเลี้ยงของดอกบัวสาย พุทธรักษา
    กลีบเลี้ยงของพืชบางชนิดอาจมีสีอื่นนอกจากสีเขียว ทำหน้าที่ช่วยช่อแมลงในการผสมเกสรเช่นเดียวกับกลีบดอก

2. กลีบดอก เป็นส่วนของดอกที่อยู่ถัดจากกลีบเลี้ยงเข้ามาข้างใน มีสีสันต่างๆ สวยงาม เช่น สีแดง เหลือง ชมพู ขาว
    มักมีขนาดใหญ่กว่ากลีบเลี้ยง บางชนิดมีกลิ่นหอม บางชนิดตรงโคนกลีบดอกจะมี ต่อมน้ำหวาน เพื่อช่วยล่อแมลง
    มาช่วยผสมเกสร

3. เกสรเพศผู้ เป็นส่วนของดอกที่อยู่ถัดจากกลีบดอกเข้ามาข้างใน ประกอบด้วยก้านชูอับเรณู อับเรณู ซึ่งภายใน
    บรรจุละอองเรณูมีลักษณะเป็นผงสีเหลือง อับเรณูทำหน้าที่สร้างละอองเรณู ภายในละอองเรณูมีเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้

4. เกสรเพศเมีย เป็นส่วนของดอกที่อยู่ชั้นในสุด ประกอบด้วยยอดเกสรเพศเมีย ก้านยอดเกสรเพศเมีย รังไข่ ออวุล
    และเซลล์ไข่
   
 
     
     
        ประมวลภาพกิจกรรมเส้นทางศึกษาธรรมชาติหุบเขาลำพญา  
 
Title #1