• การแบ่งการปกครอง
  • ลักษณะทางภูมิศาสตร์
  • ลักษณะสังคมพืช
  • สถานการณ์ในปัจจุบัน
  • เรื่องเล่าจากอดีต
  • แหล่งเรียนรู้ด้านความหลากหลาย
  • เส้นทางศึกษาหุบเขาลำพญา
  • ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต
  • มารู้จักไลเคน
  • พืชน่ารู้
  • ไผ่
  • เฟิร์น “มหัศจรรย์พืชไร้ดอก”
  • ไม้ป่ากินได้
  • อิงอาศัย
  • ไทรนักบุญแห่งป่า นักฆ่าแห่งพงไพร
  • พูพอน “รากมหัศจจรย์”
  • ผู้ย่อยสลายในป่าใหญ่
  • ไม้พื้นล่างในป่าใหญ่
  • พืชใบเลี้ยงเดี่ยว / พืชใบเลี้ยงคู่์
  • มอส สิ่งมีชีวิตบนโขด
  • ความลาดเอียงแห่งขุนเขา
  • ปลาไหลเผือก
  • บุกป่าฝ่าดงปาล์ม
  • ร่องรอยป่าในอดีต
  • ร่องน้ำ “ร่องรอยในอดีต”
  • ไม้ประดับป่า
  • ถ้ำค้างคาว
  • พรรณไม้ล้านปี ฟอสซิลที่มีชีวิต
  • เขื่อนฝรั่ง เรื่องจริงจากอดีต
  • ต้นไม้ยักษ์สุภาพบุรุษแห่งป่า
  • ห่วงโซ่และสายใยอาหาร
  • สายน้ำแห่งชีวิต
  • แผ่เมตตาและอนุรักษ์ป่า
    เส้นทางศึกษาหุบเขาลำพญา
    7. เฟิร์น “มหัศจรรย์พืชไร้ดอก”  
     
      "เฟิร์น" หรือชาวบ้านเรียกว่า "ผักกูด" เกิดขึ้นในโลกใบนี้มาหลายร้อยล้านปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่โลกของเราเริ่มมีสิ่งมีชีวิตชื้นแฉะไปด้วยน้ำ และหนองบึง จากยุคนั้นจนถึงปัจจุบัน เฟิร์นบางชนิดก็ได้สูญพันธุ์ หรือกลายพันธุ์ไปตามกาลเวลา ที่เหลืออยู่ และที่สำรวจพบมีเป็นหมื่น ๆ ชนิด และก็มีไม่น้อยที่ยังอยู่ในป่าเขาที่เร้นลับ ยังสำรวจไม่พบมีอีกมากมายเช่นกัน ในเมื่อเฟิร์นมีมากมายเช่นนี้จึงมีการแบ่งเฟินออกได้หลายลักษณะ อาจแบ่งตามสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เช่น กลุ่มของเฟิร์นดิน เฟิร์นอากาศ เฟิร์นน้ำ เป็นต้น แบ่งตามสภาพภูมิอากาศ หรือแบ่งตามวงศ์ (Family) ซึ่งดูจะเป็นสากลมากที่สุด
     
        เฟิร์นเป็นพืชที่ไม่มีดอก ไม่มีผล ไม่มีเมล็ดสำหรับแพร่พันธุ์ แต่เฟิร์นมีสปอร์ ซึ่งเกิดที่ใต้ใบ เป็นสิ่งที่ใช่ในการสืบพันธุ์ ได้กล่าวไว้แล้วในเรื่องของวงจรชีวิตเฟิร์น ลักษณะที่พิเศษของเฟิร์นคือการเกิดสปอร์สำหรับสืบพันธุ์ที่ใต้ใบแล้ว ยอดอ่อนของเฟิร์นจะขดเป็นลักษณะ"รูปก้นหอย" (หอยโข่งนะครับ ไม่ใช่หอยแครง) จากนั้นก็จะค่อย ๆ คลี่ก้าน และใบออกมา ประโยชน์ของเฟิร์นนอกจากเป็นปลูกไม้ประดับแล้ว ยอดอ่อนของเฟิร์นบางชนิดเช่น กูดห้วย ยังสามารถนำมาเป็นอาหารได้ด้วย บางประเทศทำยอดอ่อนของเฟิร์นมาทำเป็นอาหารว่าง นอกจากนั้นยังนำมาใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคได้อีก เช่น กูดใบเล็กใช้เป็นยาห้ามเลือด หรือเหง้าแก่ของเฟิร์นนาคราชใช้เป็นยาแก้พิษงู แมลงกัดต่อยได้ และยังทำมาทำเป็นเครื่องรางของขลังเพื่อป้องกันสัตว์มีพิษได้ด้วย (ไม่เชื่ออย่าลบหลู่) ในภาคใต้ชาวบ้านนำเถาของเฟิร์นย่านลิเภามาทำเป็นเครื่องจัดสานได้หลายอย่างเฟิร์นชนิดต่าง ๆ มีถิ่นอาศัยที่หลากหลาย เช่น อาศัยบนภูเขาสูง, พื้นที่ชุ่มชื้น, พื้นที่เปิดโล่ง, ในน้ำ, บนหินในทะเลทรายที่แห้งแล้ง, บนรอยแตกบนหิน, พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีสภาพเป็นกรด เช่น บึง และ หนองน้ำ, หรือ บนต้นไม้เขตร้อน เป็นต้นเฟิร์นหลายชนิดพบร่วมกับเห็ดราไมคอไรซา อีกหลายชนิดเติบโตได้เฉพาะในค่าความเป็นกรด-เบส (pH) ในช่วงค่าที่มีระดับที่พิเศษ เช่น Lygodiumที่พบทางตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือที่เติบโตในความชื้นสูง และดินเป็นกรดเข้มข้นเท่านั้น ในขณะที่ Cystopterisbulbiferaพบบนหินปูนเท่านั้น  
     
  เฟิร์นสามารถแยกได้ 7 ประเภท ตามถิ่นอาศัย[4]  
 
 
1. กลุ่มเฟินดิน-ทนแดด (terrestrial-sun-ferns)

2. กลุ่มเฟินดิน-ชอบร่มเงา (terrestrial-shade-ferns)

3. กลุ่มเฟินเถาเลื้อย (climbing ferns)

4. กลุ่มเฟินเกาะอาศัย หรือไม้อากาศ (epiphytes)

5. กลุ่มเฟินผา (lithophytic ferns หรือ rock ferns)

6. กลุ่มเฟินน้ำ (aquatic ferns)

7. กลุ่มเฟินภูเขา (mountain fern)

 
     
     
        ประมวลภาพกิจกรรมเส้นทางศึกษาธรรมชาติหุบเขาลำพญา  
 
Title #1